หมวดข้อมูล
บทความและงานวิจัย
jate2jate3 :: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ::
ไขมันในเลือด
 ไขมันที่สำคัญในเลือดคนมี 4 ชนิด     คือ   กรดไขมันอิสระ   (Free Fatty Acid)  โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และ ฟอสโฟไลปิดเนื่องจากปกติไขมันไม่ละลายตัวในน้ำ ไขมันทั้ง 4  ชนิดนี้ จึงรวมตัวอยู่กับโปรตีน เพื่อให้ละลายตัวอยู่ในเลือดได้ โดยกรดไขมันอิสระรวมตัวกับโปรตีนที่มีชื่อว่า แอลบูมิน ส่วนไขมันที่เหลืออีก 3 ชนิดรวมตัวกับโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง คือ อะโปโปรตีน (Apoprotein) เกิดเป็นสารประกอบที่เรียกว่า ไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ชนิดคือ

-  ไคโลไมครอน (Chylomicron) สร้างโดยลำไส้เล็ก และเกิดขึ้นหลังการรับประทานไขมัน
-  โลโปโปรตีน ความหนาแน่นต่ำมาก มีชื่อย่อว่า วี.แอล.ดี.แอล (VLDL) สังเคราะห์โดยตับ กระบวนการสังเคราะห์เกิดขึ้นไม่ว่าจะรับประทานอาหารประเภทไขมัน หรือไม่
-  ไลโปโปรตีน ความหนาแน่นต่ำ มีชื่อย่อว่า แอล.ดี.แอล (LDL) เป็นผลิตผลจากการเผาผลาญ วี.แอล.ดี.แอล. ในกระแสเลือด เป็นไขมันตัวร้าย
-  ไลโปโปรตีน ความหนาแน่นสูง มีชื่อย่อว่า เอช.ดี.แอล (HDL) เกิดจากการเผาผลาญไคโลไมครอน ร่วมกับ การสังเคราะห์ที่ตับ ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีทำไมต้องตรวจไขมันในเลือด             เนื่องจากภาวะไขมันสูงในเลือดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหลอด เลือดหัวใจชนิดต่างๆ เช่น หลอดเลือดอุดตัน, หัวใจขาดเลือด เป็นต้น ดังนั้น     เราจึงควรหมั่นตรวจวัดระดับไขมันในเลือด อย่างน้อย ปีละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เพื่อที่จะได้ดูแลสุขภาพได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดโรค การวินิจฉัยภาวะไขมันสูงในเลือด             การที่จะทราบว่าบุคคลใดมีภาวะไขมันสูงในเลือด หรือไม่นั้น ต้องนำเลือดมาตรวจวัดระดับไขมัน โดยผู้จะรับการตรวจจะต้องอดอาหารทุกชนิดก่อนการเจาะเลือด 12 ชั่วโมง ดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้การแปรผลระดับไขมันในเลือด เป็นไปอย่างแม่นยำ และถูกต้อง การตรวจวิเคราะห์เลือดจะในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) โดยมีการตรวจดังต่อไปนี้


1.  โคเลสเตอรอลรวม  (Total Cholesterol) เป็นผลรวมของโคเลสเตอรอลที่มีอยู่ในไลโปโปรตีนชนิดต่างๆ คนปกติควรมีระดับโคเลสเตอรอลน้อยกว่า 200 mg/dl.


2.  แอล.ดี.แอล-โคเลสเตอรอล (LDL-Cholesterol) โคเลสเตอรอลส่วนใหญ่ในกระแสเลือดจะอยู่ในรูป LDL- Cholesterol  คนปกติควรมีระดับ แอล.ดี.แอล โคเลสเตอรอล  น้อยกว่า 130  mg/dl.


3.  เอช.ดี.แอล-โคเลสเตอรอล (HDL- Cholesterol) เป็นส่วนของโคเลสเตอรอล ที่มีอยู่ใน เอช.ดี.แอล คนปกติควรมีระดับ เอช.ดี.แอล ในเลือดมากกว่า 35 mg/dl.


4.  ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นผลรวมของไตรกลีเซอไรด์ ที่มีอยู่ในไลโปโปรตีนชนิดต่างๆ คนปกติควรมีระดับไตรกลีเซอไรด์ ในเลือดน้อยกว่า 200 mg/dl.  อันตรายของภาวะไขมันสูงในเลือด           ผู้ที่มีระดับ ไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ที่ได้กำหนดไว้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตันมากกว่าผู้ที่มี ระดับไขมันชนิดต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ประมาณ 3-5 เท่า
โคเลสเตอรอลในกระแสเลือดที่มีมากเกินไป (มากกว่า 200 mg/dl) จะไปสะสมอยู่ใต้ผนังหลอดเลือดด้านใน ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันในที่สุด*การที่ร่างกายมี เอช.ดี.แอล โคเลสเตอรอล ในเลือดสูงเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ แอล.ดี.แอล โคเลสเตอรอล ยิ่งค่าต่ำยิ่งดี ควบคุมไขมันอย่างไร ระดับไขมันสูงควบคุมได้โดยหลัก 4 ประการ ดังนี้             1.  งดรับประทานของมันๆ โดยเฉพาะ เนื้อติดมัน
2.  ลดปริมาณอาหารที่รับประทาน หรือรับประทานแต่พอดี เพราะพลังงานส่วนเกินที่ได้จากอาหารหลังจากที่ร่างกายใช้ประจำวันแล้ว จะถูกเก็บไว้ในรูปของไขมัน
3.  การออกกำลังกายแบบอากาศนิยม    (Aerobic Exercise)   คือ  เดินเร็ว วิ่ง    ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก วันละอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อเปลี่ยนปรับระดับไขมัน
4.  เลือกใช้น้ำมันที่เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat)  ได้แก่ น้ำมันที่เป็นตัวจับไขมันในเลือดมาระบายออกทางน้ำดี ซึ่งต้องบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้ ไขมันในเลือดมาแออัดในถุงน้ำดี และตกตะกอนเกิดนิ่วได้

      ควรตรวจระดับไขมันทุก 2-3 เดือน ถ้าไขมันยังสูงควรปรึกษาแพทย์


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร 315/6 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
โทรศัพท์ : (66-2) 644-4888 เบอร์แฟกซ์ : (66-2) 644-6736
อีเมล์ : webmaster@afrims.go.th